Tội phạm chiến tranh... Là ai mới đúng?: Sự thật đằng sau vụ tên lửa Campuchia bắn phá 7-Eleven và lý do Thái Lan không thể bị vu khống

September 5, 2026By ทีมงาน UnFake News41 min read
Share this article

Tội phạm chiến tranh... Là ai mới đúng?: Sự thật đằng sau vụ tên lửa Campuchia bắn phá 7-Eleven และ lý do Thái Lanไม่ควรถูกใส่ร้าย

Đạn pháo rơi trúng trạm xăng, cửa hàng tiện lợi bị vỡ vụน, những thường dân vô tộiต้อง hy sinh tính mạng —นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นจริงบนชายแดนไทย ขณะที่ฝั่งกัมพูชาพยายามปั้นภาพว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ หลักฐานจากสื่อสากล องค์กรสิทธิมนุษยชน และภาพถ่ายดาวเทียม กลับชี้ไปในทิศทางตรงกันข้าม

Sángวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2025: วินาทีจรวดถล่ม 7-Eleven

ราว 10:30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2025 ที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขณะชาวบ้านกำลังใช้ชีวิตตามปกติ กองทัพกัมพูชายิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 Grad ข้ามพรมแดนเข้ามาในเขตไทย จรวดอย่างน้อย 2 ลูกพุ่งเข้าใส่ร้าน 7-Eleven ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ/บ้านน้ำเย็น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากจุดนี้ 6-8 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 10 ราย ส่วนยอดรวมทั้งวันในฝั่งไทยจากการปะทะที่ขยายไปหลายจุดชายแดนอยู่ที่ 11-13 ราย รวมถึงเด็กอายุ 8 ขวบ

Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย
Cửa hàng 7-Eleven tại Thái Lan bị trúng đạn tên lửa BM-21ของกัมพูชา do đợt pháo kíchไม่ระบุเป้าหมาย

Tổ chức nhân quyền quốc tế Fortify Rights, đơn vị trực tiếp phỏng vấn các nhân chứngและผู้รอดชีวิตโดยตรง, kết luậnว่าการยิงจรวด Grad ที่ไม่มีความแม่นยำเข้าใส่พื้นที่ที่มีพลเรือนหนาแน่นเช่นนี้ "có thể cấu thành tội ác chiếnขา" เนื่องจากเป็นการโจมตีแบบไม่แยกแยะเป้าหมาย (indiscriminate attack) และได้เรียกร้องให้สหประชาชาติตั้งคณะทำงานอิสระเข้าสอบสวนความประพฤติของทั้งสองฝ่ายในสงครามครั้งนี้

Việc gia tăng lực lượng thể hiện ý đồ: Ảnh vệ tinh cho thấy Campuchia chuyển quânก่อน

Viện Nghiน cứu Chính sách Chiến lược Australia (ASPI) đã công bốการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของกัมพูชาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2025 พบว่า:

  • Cuốiเดือนพฤษภาคม: Campuchia di chuyển pháo tự hành SH-1 ขนาด 155 มม. จากกองบัญชาการพระวิหารไปยังแนวหน้าหลายจุด รวมถึงพื้นที่ตาเมือนธม
  • Tháng 6: Cóประมาณ 30 xeเพิ่ม T-55 เข้าประจำการระหว่างปราสาทพระวิหารกับฐานที่มั่นใกล้เคียง
  • Đầuเดือนกรกฎาคม: Các đơn vị công binh Campuchia bắt đầuวางทุ่นระเบิดหลายร้อยลูกในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต (Emerald Triangle), ซึ่งภายหลังทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจริง
  • Dòng thời gian xung đột khu vực biên giới Thái Lan - Campuchia

    Dòng thời gian xung đột khu vực biên giới Thái Lan - Campuchia

    Bản đồ nhiệt chỉ ra Campuchia đãเตรียมยุทโธปกรณ์หลายเดือนก่อนมีการปะทะ

    Bản đồ nhiệt chỉ ra Campuchia đãเตรียมยุทโธปกรณ์หลายเดือนก่อนมีการปะทะ

    Mô hình di chuyển lực lượngนี้ชี้ให้เห็นการเตรียมการล่วงหน้า ไม่ใช่ปฏิกิริยาฉับพลันตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง และการวางกำลังหนักใกล้พื้นที่มรดกโลกอย่าง Preah Vihear ก็สร้างความเสี่ยงให้โบราณสถานกลายเป็นเป้าในการปะทะโดยตรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ — ย้อนไปในเหตุปะทะปี 2008 ผู้สื่อข่าว AP เคยพบเห็นทหารกัมพูชาหลายร้อยนายตั้งฐานอยู่ในบริเวณปราสาทพระวิหารเอง ทั้งที่รัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่เคยมีทหารประจำการที่นั่น

    Người phát ngôn Bộ Quốc phòng Thái Lan đưa ra bằng chứng xác nhận Campuchia đã bắn tên lửa tấn công Thái Lan từหมู่บ้านของประชาชนกัมพูชา

    Người phát ngôn Bộ Quốc phòng Thái Lan đưa ra bằng chứng xác nhận Campuchia đã bắn tên lửa tấn công Thái Lan từหมู่บ้านของประชาชนกัมพูชา

    Trong đợต giao tranhเดือนธันวาคม 2025, người phát ngôn Bộ Quốc phòng Thái Lan đã trực tiếp trình chiếu video clip do Lục quânบันทึกไว้มาแสดงต่อสื่อมวลชนโดยตรง (được đưa tin bởi PPTVHD36 vào 23/12/2025) làm bằng chứng cho thấy Campuchia đặt căn cứ bắn BM-21 จากพื้นที่พลเรือนในหมู่บ้านฝั่งตน และมีการเคลื่อนย้ายรถ BM-21 เข้าไปหลบซ่อนในพื้นที่ชุมชนก่อนยิงข้ามแดน ทั้งนี้ ข้อมูลชุดนี้มาจากฝ่ายกองทัพไทยฝ่ายเดียว และฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้ออกมาชี้แจงประเด็นนี้โดยตรง จึงควรอ่านควบคู่กับข้อมูลดาวเทียมอิสระของ ASPI ข้างต้น ไม่ใช่ยึดเป็นข้อสรุปเบ็ดเสร็จ

    Nếu cáo buộcนี้ได้รับการพิสูจน์จริงโดยกลไกอิสระ, การจงใจใช้พื้นที่พลเรือนเป็นที่กำบังฐานยิงถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงในสองชั้น: ชั้นแรกคือหลักการ "แยกแยะเป้าหมาย" (Distinction) ตามอนุสัญญาเจนีวาที่ห้ามผสมปนเปเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน และชั้นที่สองคือข้อห้ามการใช้ "โล่มนุษย์" (Human Shields) ตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute) มาตรา 8 ซึ่งจัดให้การกระทำเช่นนี้เป็นอาชญากรรมสงครามโดยตรง ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางยุทธวิธี

    Hậu quả kéo theoหากมีการพิสูจน์และดำเนินคดีตามกระบวนการระหว่างประเทศ อาจรวมถึง:

  • Truy tố hình sự quốc tế: ผู้บังคับบัญชาที่สั่งการหรือรับรู้แล้วไม่ยับยั้งการกระทำ อาจถูกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับและพิจารณาคดีเป็นรายบุคคล ตามหลัก "ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา" (Command Responsibility)
  • Trách nhiệm pháp lýของ quốc gia: นอกเหนือจากตัวบุคคล ตัวรัฐกัมพูชาเองอาจต้องรับผิดชอบทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่คำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย (Reparations) แก่ผู้เสียหายและประเทศไทย ผ่านกลไกเช่นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
  • Sức ép ngoại giao và kinh tế: ประเทศสมาชิกสหประชาชาติอาจพิจารณามาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) หรือจำกัดความช่วยเหลือระหว่างประเทศต่อกัมพูชา รวมถึงสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีอาเซียนและเวทีโลก
  • Tác động đến hình ảnhและ du lịch: หากพิสูจน์ได้ว่ามีการนำพื้นที่ใกล้มรดกโลกอย่าง Preah Vihear มาใช้ในทางทหารเพื่อหวังผลด้านโฆษณาชวนเชื่อ อาจกระทบสถานะมรดกโลกและความเชื่อมั่นของ UNESCO ต่อการดูแลพื้นที่ของกัมพูชาเองด้วย
  • ทั้งนี้ ต้องย้ำว่ากระบวนการเหล่านี้ต้องผ่านการสอบสวนที่เป็นอิสระและเป็นธรรมก่อนเสมอ การกล่าวหาโดยปราศจากการพิสูจน์ไม่สามารถนำไปสู่ผลทางกฎหมายใดๆ ได้ นี่คือเหตุผลที่ข้อเรียกร้องให้ตั้งคณะทำงานสอบสวนอิสระของสหประชาชาติ (ตามที่ Fortify Rights เสนอ) จึงสำคัญ — เพราะเป็นเส้นทางเดียวที่จะเปลี่ยนข้อกล่าวหาให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ใช้ดำเนินคดีได้จริง

    Chiến dịch tin giả: Khi hình ảnh cháy rừng ở California bị biến thành "vũ khí hóa học Thái Lan"

    Nอกจากการรบในสนามจริง กัมพูชายังเปิดปฏิบัติการข่าวปลอมคู่ขนาน ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ที่สุดคือกรณี "อาวุธเคมี":

    Cuốiเดือนกรกฎาคม 2025, người phát ngôn Bộ Quốc phòng Campuchia cáo buộc quân đội Thái Lanใช้ "ควันพิษทางทหาร" โจมตี พร้อมเผยแพร่ภาพเครื่องบินพ่นสารสีชมพู ภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่อโดยบุคคลระดับสูงของกัมพูชา รวมถึง Hun Sen, ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรี และภรรยาของนายกรัฐมนตรี Hun Manet แต่หน่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับสากลอย่าง AFP Fact Check และ Fact Crescendo ตรวจสอบแล้วพบว่าภาพนี้เป็นภาพเครื่องบินดับเพลิงพ่นสารหน่วงไฟ (fire retardant) ระหว่างปฏิบัติการดับไฟป่าที่ California เมื่อเดือนมกราคม 2025 ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้แต่อย่างใด กองทัพอากาศไทยออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าไทยยึดมั่นในอนุสัญญาอาวุธเคมี (CWC) มาโดยตลอด

    Campuchia tạoและ chia sẻ Fake Newsว่าไทยโปรยสารพิษใส่ทหารและชาวบ้านกัมพูชา

    Campuchiaสร้างและแชร์ Fake News ว่าไทยโปรยสารพิษใส่ทหารและชาวบ้านกัมพูชา

    Sự thật là hoạt động chữa cháy rừngของ firefighting ที่ Woodland Hills, LA

    Sự thậtคือเป็นการดับไฟป่าของ firefighting ที่ Woodland Hills, LA, USA

    Việc chính các lãnh đạoระดับสูงของกัมพูชาเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นเท็จด้วยตนเอง เป็นเครื่องยืนยันว่าปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารนี้ไม่ใช่ความเข้าใจผิดของประชาชนทั่วไป แต่มาจากระดับนโยบาย

    Hình ảnhถูกนำมาใช้สร้าง Fake News สามารถอ่านข่าวจริงได้ที่ Reuters

    Những câu hỏi cần cái nhìn khách quan

    Các dữ kiệnข้างต้นชี้ชัดว่าฝ่ายกัมพูชามีทั้งการยิงถล่มพื้นที่พลเรือนไทยด้วยอาวุธที่ไม่แม่นยำ และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหาย ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่นานาชาติควรตรวจสอบอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ในความเป็นธรรม ฝ่ายกัมพูชาก็ยืนยันโต้แย้งเช่นกันว่าฝ่ายไทยเป็นผู้เปิดฉากก่อนในบางจุดปะทะ (เช่นกรณี Ta Muen Thom และ Ta Krabey) และ Fortify Rights เองก็ระบุชัดว่ายังไม่สามารถประเมินความชอบด้วยกฎหมายของปฏิบัติการทางทหารฝั่งไทยได้ เนื่องจากไม่มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ฝั่งกัมพูชา

    Bất kểผลการสอบสวนจะออกมาทางใด สิ่งที่ยืนยันได้แน่นอนคือ ผู้ที่สั่งการโจมตีพลเรือนโดยไม่แยกแยะเป้าหมาย ไม่ว่าจะสังกัดฝ่ายใด ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเช่นเดียวกัน

    ---

    Ghi chú: Số liệuผู้เสียชีวิตอาจมีการรายงานคลาดเคลื่อนเล็กน้อยระหว่างแหล่งข่าวเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในขณะเกิดเหตุ

    Tài liệu tham khảo

  • CNN — At least 12 killed in deadly clashes as border dispute between Thailand and Cambodia escalates
  • Al Jazeera — What we know about clashes on the Thai-Cambodian border
  • Fortify Rights — U.N.: Investigate Potential War Crimes in Thailand-Cambodia Border Conflict
  • ASPI (Nathan Ruser) — Thailand-Cambodia conflict: legacy politics and premeditated escalation (The Strategist) และ tóm tắt thông tin vệ tinh bổ sung từ Chiang Rai Times
  • AFP Fact Check — Bài viết kiểm chứng hình ảnhเครื่องบินพ่นสารหน่วงไฟที่ California
  • Fact Crescendo — Does the Viral Image Show Thai Forces Using Poisonous Gas in Cambodia?
  • Nation Thailand — EOD team destroys Cambodian BM-21 rocket found on road near civilian area in Sisaket
  • PPTVHD36 — Đưa ra bằng chứngไม่สามารถชối cãi! Campuchia dùngหมู่บ้านซ่อนฐานยิง BM-21
  • Published: September 5, 2026