
เขมรหวัง UNCLOS ช่วยให้ได้เกาะกูด แต่คิดผิด!
เมื่อพิจารณาอธิปไตยและสิทธิทางทะเลผ่าน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยตัดกรอบทางการเมืองออก จะเห็นได้ชัดเจนว่าการกำหนดเขตแดนของประเทศไทยมีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปตามหลักสากลทุกประการ
---
1. เส้นอ้างสิทธิ์ 1972 (กัมพูชา) vs 1973 (ไทย): เส้นไหนถูกต้องตาม UNCLOS?
การอ้างสิทธิ์ในอ่าวไทยของทั้งสองประเทศมีจุดเริ่มต้นและหลักคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

เปรียบเทียบเส้นอ้างสิทธิ์ 1972 (กัมพูชา) และ 1973 (ไทย)
---
เกาะกูด เป็นดินแดนของไทยทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัย มีประชาชนอาศัยอยู่จริง มีสถานที่ราชการตั้งอยู่ และมีหลักฐานรับรองชัดเจนตั้งแต่สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 โดยไม่เคยมีการโต้แย้งอธิปไตยแม้แต่ครั้งเดียว การคำนวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) จึงต้องนับเริ่มต้นนอกจากเกาะกูดออกไป ไม่ใช่การลากเส้นตัดผ่านไปเฉยๆ

สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ที่ระบุว่าอาณาเขตของสยาม(ไทย) จะรวมเกาะกูดด้วย
2. โครงสร้างถมทะเลชายแดน: "เกาะเทียม" ที่สร้างเท่าไหร่ก็อ้างสิทธิ์ไม่ได้
ประเด็นที่หลายคนกังวลเรื่องการก่อสร้างและถมดินล้ำลงไปในทะเลของกัมพูชาใกล้บริเวณชายแดน เพื่อหวังจะใช้ขยายอาณาเขตทางทะเลนั้น ในทางกฎหมายสากลถือว่า ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
ตามบทบัญญัติของ UNCLOS:
"เกาะตามธรรมชาติที่จะมีทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง หรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของตนเองได้นั้น ต้องเป็นแผ่นดินที่โผล่พ้นน้ำตลอดเวลา และสามารถค้ำจุนการอยู่อาศัยของมนุษย์หรือชีวิตทางเศรษฐกิจได้"
นั่นหมายความว่า สิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือการถมดินลงไปในทะเล ถือเป็นเพียง "เกาะเทียม" (Artificial Island) หรือสิ่งก่อสร้างทางทะเล ซึ่ง UNCLOS ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีสิทธิ์ได้รับทะเลอาณาเขต หรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) แม้แต่ตารางเมตรเดียว
แม้ในอดีตช่วงที่มีประเด็นขัดแย้ง ฝ่ายไทยจะเคยคัดค้านจนมีการรื้อถอนหรือขุดออกไปเพียงเล็กน้อย และยังคงเหลือโครงสร้างบางส่วนทิ้งไว้ (เพราะฝ่ายนั้นอาจคิดเอาเองว่าจะใช้เป็นจุดอ้างสิทธิ์ในอนาคต) แต่ในความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวเกิดจากการ "อ่านไม่หมด" หรือไม่เข้าใจกฎหมาย UNCLOS เพราะไม่ว่าจะถมกว้างแค่ไหน หรือทิ้งโครงสร้างไว้เท่าใด กฎหมายระหว่างประเทศก็ไม่นับเป็นจุดฐานในการลากเส้นอธิปไตยอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น การถมทะเลหรือสร้างสิ่งก่อสร้างที่เปลี่ยนทิศทางกระแสน้ำและการเคลื่อนตัวของตะกอนทราย จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและชายฝั่งของประเทศเพื่อนบ้าน ยังเป็นการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งไทยมีสิทธิเรียกร้องตามช่องทางสากลให้รื้อถอนออกทั้งหมดได้อีกด้วย
---
3. สรุปความรู้พื้นฐาน: อาณาเขตทางทะเลตาม UNCLOS
1. น่านน้ำภายใน (Internal Waters): รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่โดยสมบูรณ์
2. ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea): วัดจากเส้นฐานออกไปไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล (ประมาณ 22.22 กม.) ซึ่งกรณีนี้ต้องวัดนอกจากเกาะกูดออกไป
3. เขตต่อเนื่อง (Contiguous Zone): ถัดจากทะเลอาณาเขตออกไปไม่เกิน 24 ไมล์ทะเล (ประมาณ 44.44 กม.) สำหรับการควบคุมกฎหมายศุลกากร การคลัง และการเข้าเมือง
4. เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ): ถัดออกไปไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล (ประมาณ 370.40 กม.) รัฐชายฝั่งมีสิทธิอธิปไตยในการแสวงประโยชน์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

ขอบเขตทางทะเลประเภทต่างๆ ตามหลัก UNCLOS. Source: Tufts University
---
บทสรุป
---
