
เกาะกูดเป็นของไทย 100% เคลมให้ตายก็ไม่ได้นะ
ถ้านึกถึงเกาะทางฝั่งตะวันออกของไทยที่น้ำใสราวกระจก ทรายนุ่มเท้า ชายหาดเงียบสงบ และมีธรรมชาติสมบูรณ์แบบขั้นสุด ชื่อของ "เกาะกูด" จังหวัดตราด จะต้องติดอันดับต้นๆ ในใจใครหลายคนแน่นอน
แต่ความงามระดับอัญมณีแห่งอ่าวไทยกับทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลนี่แหละ ที่มักทำให้เกาะกูดกลายเป็นประเด็นร้อน ถูกฝั่งเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาส่งสายตาปริบๆ อยากได้ตาเป็นมัน จนบางครั้งเกิดกระแสข่าวลือให้คนไทยต้องปวดหัวอยู่เรื่อยๆ
---
1. เปิดเอกสารหลักฐาน: สนธิสัญญาฝรั่งเศส 1907 (พ.ศ. 2449)
ถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิอธิปไตยเหนือตัวเกาะกูดของไทยนั้น จบแบบไม่ต้องลุ้น ตั้งแต่สมัย ร.5 แล้วครับ
ย้อนกลับไปใน สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2449) ตอนนั้นสยามยอมแลกดินแดนพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อดึงเอาเมืองตราดและบรรดาเกาะแก่งกลับคืนมา และใน หนังสือสัญญาปักปันเขตแดน ข้อ 2 เขียนไว้ชัดเจนแบบไม่ต้องตีความเพิ่มเลยว่า:
"รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้าย และเมืองตราด กับทั้งเกาะทั้งหลายซึ่งอยู่ใต้แหลมสิงลงไปจนถึงเกาะกูด และรวมเกาะกูดด้วยนั้น ให้แก่กรุงสยาม..."

สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ที่ระบุว่าอาณาเขตของสยาม(ไทย) จะรวมเกาะกูดด้วย
เมื่อกัมพูชาได้รับเอกราชต่อจากฝรั่งเศส เขตแดนที่ฝรั่งเศสทำไว้กับสยามย่อมตกเป็นของไทยโดยสมบูรณ์ตามหลักสืบสิทธิ จะมางอแงเคลมทีหลังไม่ได้!
---
2. ลากเส้นมั่วซั่ว เจอไทยตบกลับด้วย "พระบรมราชโองการ 2516"
จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่กัมพูชาเป็นฝ่าย "ทำให้มันซับซ้อนเอง"
เรื่องของเรื่องเกิดในปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) อยู่ดีๆ กัมพูชาก็เล่นนึกสนุก ลากเส้นเขตไหล่ทวีปทางทะเลของตัวเองมั่วซั่ว ลากตัดผ่านกึ่งกลางเกาะกูดเฉย! ซึ่งเป็นการลากเส้นที่ข้ามขั้นตอนและฝ่าฝืนหลักกฎหมายทะเลสากลแบบหน้าด้านๆ
ไทยเราเห็นแบบนั้นจะยอมได้ไง? ถัดมาแค่ 1 ปี ในปี พ.ศ. 2516 ประเทศไทยจึงออก พระบรมราชโองการ ประกาศกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย (18 พฤษภาคม 2516) เพื่อตอกหลักปักป้ายเตือนสติว่า น่านน้ำและไหล่ทวีปรอบเกาะกูดเป็นของไทยตามสิทธิสากล!

เปรียบเทียบเส้นอ้างสิทธิ์ 1972 (กัมพูชา) และ 1973 (ไทย)
---
3. เกาะกูดคือ "เส้นฐาน" ตามกฎหมาย UNCLOS
ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เกาะกูดไม่ได้เป็นแค่แผ่นดินบกธรรมดา แต่ไทยใช้เกาะกูดเป็น จุดอ้างอิงเส้นฐานตรง (Straight Baseline) ในการวัดคำนวณทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล รวมถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ออกไปทางทิศใต้และตะวันออก
* เกาะกูดมีคนอยู่อาศัย มีชุมชน มีเศรษฐกิจของตัวเอง เข้าหลักเกณฑ์ UNCLOS ข้อ 121 ชัดเจน
การที่กัมพูชาลากเส้นทับเข้ามา โดยไม่ให้สิทธิทะเลอาณาเขตรอบเกาะกูด จึงเป็นการลากเส้นที่ ขัดต่อกฎหมาย UNCLOS อย่างร้ายแรง
---
4. อย่าตกเป็นเหยื่อสื่อด้านเดียว
หลายครั้งที่มีข่าวปั่นกระแสจากสื่อบางฝั่ง หรือการปั่นข่าวจับเสือมือเปล่า ปะปนเรื่อง "การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA)" เข้ากับ "สิทธิอธิปไตยเหนือเกาะกูด" จนทำให้คนตกใจคิดว่าเราจะเสียเกาะกูดไป
ฟังชัดๆ ตรงนี้อีกที:
1. ตัวเกาะกูด: เป็นของไทย 100% กฎหมายชัด เอกสารครบ ไม่มีใครแย่งไปได้ทั้งนั้น
2. พื้นที่ทับซ้อน (OCA): เกิดขึ้นเพราะกัมพูชาไปลากเส้นรุกล้ำทับเส้นฐานของไทย ไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวเกาะ
ดังนั้น ใครจะเคลม จะปั่นข่าวอย่างไรก็ช่าง... เกาะกูดก็ยังคงเป็นดินแดนของไทย 100% เคลมให้ตายก็ไม่มีวันได้ไปครับ!
