ระบำอัปสรา เป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่สร้างโดยฝรั่งเศส ไม่ใช่ของโบราณ

เผยแพร่ 17 กันยายน 2569โดย ทีมงาน UnFake Newsอ่าน 13 นาที
แชร์บทความนี้

เมื่อภาพนางอัปสราในชุดเครื่องทรงอันวิจิตรเยื้องกรายร่ายรำบนเวทีระดับโลก ถูกส่งต่อว่าเป็น "มรดกอันดั้งเดิมและสืบทอดตกทอดกันมาพันปีจากนครวัด" หลายคนอาจจะหลงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำ... แต่ทว่า สิ่งที่คุณเห็นและได้ยินนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง "สิ่งประดิษฐ์ทางประวัติศาสตร์" ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้ร่มเงาของจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสกันแน่!

ร่องรอยแห่งความจริงเริ่มถูกถอดรหัส เมื่อนักวิชาการก้าวเข้าไปกะเทาะเปลือกวาทกรรมทางการเมืองที่ฉาบทับประวัติศาสตร์กัมพูชามานานนับศตวรรษ

**จากเงาสยาม สู่การประดิษฐ์สร้างของเจ้าอาณานิคม**

ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อนยุคอาณานิคม ราชสำนักกัมพูชาในรัชสมัยสมเด็จพระฮริรักษ์รามอิสราธิบดี (พระองค์ด้วง) มีความผูกพันกับราชสำนักกรุงเทพฯ อย่างลึกซึ้ง ศิลปะ อารยธรรม รวมถึงละครและนาฏศิลป์ราชสำนักล้วนได้รับการถ่ายทอดและได้รับอิทธิพลจากสยามเป็นหลัก ระบำและละครราชสำนักเขมรยึดรูปแบบ ครูฝึก และบทละครจากสยามเป็นหลัก

แต่เมื่อฝรั่งเศสก้าวเข้ามาปกครองอินโดจีน เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและสร้างความชอบธรรมทางการเมือง เจ้าอาณานิคมจึงจำเป็นต้องสร้างเรื่องเล่าชุดใหม่ บุคคลสำคัญอย่าง George Groslier นักวิชาการชาวฝรั่งเศสผู้แต่งหนังสือ _Danseuses cambodgiennes, anciennes et modernes_ (1913) ได้เสนอแนวคิดเชื่อมโยงนาฏศิลป์ราชสำนักกัมพูชาเข้ากับอารยธรรมอังกอร์โบราณโดยตรง พร้อมยืนยันว่าเป็นมรดกศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมาจากนางอัปสราบนผนังหิน และแช่แข็งภาพจำนี้ไว้ในฐานะมรดกชาติ

**จุดพีค: การก่อกำเนิด "ระบำอัปสรา" และอัตลักษณ์สร้างใหม่**

หลังกัมพูชาได้รับเอกราชในปี 1953 ชนชั้นนำกัมพูชาได้ขานรับและนำเรื่องเล่าของฝรั่งเศสมาขยายผลเพื่อสร้าง "ชาตินิยมเขมร"

ระบำอัปสรา (Apsara Dance) เป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่สร้างขึ้นใหม่:* การแสดงนี้ไม่ได้มีมาตั้งแต่ยุคนครวัด หากแต่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 (โดยการนำของพระนางกุสุมะ นารีรัตน์ เสรีวัฒนา) โดยการถอดแบบเครื่องแต่งกายและท่วงท่ามาจากภาพสลักหินเพื่อแสดงบนเวที

การลดทอนอิทธิพลสยาม:* ในเรื่องเล่าทางการของชาติ อิทธิพลทางวัฒนธรรมจากสยามถูกทำให้ลบล้างไป ขณะที่สายสัมพันธ์ดั้งเดิมกับอังกอร์ถูกเน้นย้ำว่าเป็นความจริงเพียงชุดเดียว

**เฉลยปม: ทำไมการร่ายรำอัปสราเขมร กับการรำของคนไทยอีสานใต้ถึงแตกต่างกันลิบลับ?**

ประเด็นนี้เองที่ช่วยคลายข้อสงสัยทางการประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง! หากระบำอัปสราเป็นมรดกพื้นบ้านโบราณที่สืบทอดกันมาตามสายเลือดและชาติพันธุ์จริง การร่ายรำของชาวไทยเชื้อสายเขมรในแถบอีสานใต้ (เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณปราสาทหินโบราณพนมรุ้งและพิมาย ก็ควรจะมีรูปแบบท่ารำที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับระบำอัปสราของกัมพูชาอย่างแนบแน่น

แต่ในความเป็นจริง การร่ายรำดั้งเดิมของชาวอีสานใต้ (เช่น เรือมกันตรึม หรือการร่ายรำพื้นบ้าน) กลับมีจังหวะ ท่วงท่า ดนตรี และอารมณ์ที่แตกต่างจากการแสดงระบำอัปสราของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง!

นั่นเป็นเพราะว่า:

1. ระบำอัปสรากัมพูชาเป็นนาฏศิลป์ประดิษฐ์ใหม่ (Invented Tradition): ถูกสร้างขึ้นในราชสำนักพนมเปญช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยได้แรงบันดาลใจจากภาพสลัก ไม่ใช่ประเพณีที่ชาวบ้านร่ายรำสืบต่อกันมาตามธรรมชาติ

2. การรำของคนไทยอีสานใต้คือประเพณีพื้นบ้านที่แท้จริง: เป็นมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เติบโตและสืบทอดผ่านวิถีชีวิต ชุมชน และพิธีกรรมจริง ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งจากนโยบายสร้างชาติของฝรั่งเศส

ดังที่ งานวิจัยของ Hideo Sasagawa เรื่อง "Post/colonial Discourses on the Cambodian Court Dance" สรุปไว้อย่างทรงพลัง—เรื่องเล่าประวัติศาสตร์นาฏศิลป์กัมพูชาไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากการเมือง แต่ถูกหล่อหลอมและบิดหมุนโดยฝรั่งเศสและชนชั้นนำเพื่อเป้าหมายทางการเมืองในยุคอาณานิคมนั่นเอง

วิดีโอนี้แสดงการร่ายรำระบำอัปสราตามแบบฉบับราชสำนักกัมพูชา ซึ่งช่วยให้เห็นลักษณะท่ารำและการแต่งกายที่ประดิษฐ์ขึ้นตามแรงบันดาลใจจากภาพสลักนครวัดอย่างชัดเจน

วิดีโอ YouTube
▶ เปิดดูวิดีโอบน YouTube
เผยแพร่: 17 กันยายน 2569