
कंबोडिया द्वारा अंतरराष्ट्रीय संधि का उल्लंघन: प्राचीन मंदिरों को सैन्य अड्डे में बदला, फिर पीड़ित बनकर दुनिया से थाईलैंड की शिकायत की
यदि आप सोचते हैंว่า आधुनिक युग की सैन्य रणनीतियाँ केवल अत्याधुनिक तकनीक पर आधारित हैं... तो आप बिल्कुल गलत हैं! क्योंकि थाईलैंड-कंबोडिया सीमा क्षेत्र में "ऐतिहासिक स्थलों को ढाल बनाकर गोलियों से बचना और फिर दुनिया के सामने पीड़ित का नाटक करना" जैसी पारंपरिक और निर्लज्ज रणनीति का इस्तेमाल किया गया...
หากคุณคิดว่ากลยุทธ์ทางการทหารในยุคปัจจุบันมีแต่เรื่องเทคโนโลยีสุดล้ำ... บอกเลยว่าคิดผิด! เพราะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมีแท็กติกสุดคลาสสิกแต่น่าไม่อายอย่าง “เอาโบราณสถานมาบังกระสุน แล้วสวมบทเหยื่อฟ้องโลก” ที่ฝั่งกัมพูชานำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประหนึ่งบทละครที่ถูกซ้อมมาเป็นอย่างดี!
เราจะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังแท็กติกนี้กันแบบช็อตต่อช็อต ว่าพวกเขาลักลอบทำอะไร และบิดเบือนความจริงบนเวทีโลกอย่างไรบ้าง
แปลงโบราณสถานเป็นฐานยิง...
ละเมิดสนธิสัญญาสากลแบบไม่เกรงใจใคร
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อทหารกัมพูชาได้แอบลักลอบขยับกำลังและยุทโธปกรณ์เข้าไปยึดพื้นที่โบราณสถานตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทตาควาย หรือรอบๆ ปราสาทเขาพระวิหาร แต่สิ่งที่ชวนให้กุมขมับที่สุดคือ พวกเขาไม่ได้เข้าไปเฝ้าลาดตระเวนแบบปกติ แต่กลับทำการ ดัดแปลงตัวปราสาทศิลาแลงและก้อนหินโบราณให้กลายเป็นบังเกอร์ ฐานตั้งปืนคอ ปืนใหญ่ และคลังเก็บอาวุธ!
ตาม อนุสัญญากรุงเฮก ปี 1954 (1954 Hague Convention) ซึ่งว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในยามสงคราม (ซึ่งกัมพูชาก็ร่วมลงนามด้วย) ได้ระบุชัดเจนว่า:
"ห้ามใช้โบราณสถาน หรือมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร อันอาจทำให้สถานที่นั้นเสี่ยงต่อการถูกทำลาย"
แต่ฝ่ายกัมพูชากลับตั้งใจละเมิดสนธิสัญญานี้อย่างสิ้นเชิง เพราะพวกเขารู้ดีว่าฝั่งไทยให้เกียรติกฎหมายสากลและเคารพในคุณค่าของมรดกโลก ไทยจึงไม่กล้าเปิดฉากยิงใส่ตัวปราสาทตรงๆ... การตั้งฐานยิงในตัวปราสาทจึงเท่ากับ "ตั้งใจใช้ศิลาโบราณเป็นโล่ศิลาบังกระสุน" เพื่อให้ตัวเองซุ่มยิงใส่ฝั่งไทยได้ฟรีๆ!
เปิดฉากยิงก่อน...
แต่พอถูกตอบโต้ กลับสวมบทเหยื่อวิ่งไปฟ้อง UN!
ภาพยนตร์ดราม่าฉากใหญ่เริ่มต้นขึ้นตรงนี้ครับ! เมื่อทหารกัมพูชาที่ซุ่มอยู่ในปราสาทเปิดฉากยิงอาวุธหนักข้ามชายแดน เข้าใส่ชุมชนและฐานทหารไทยก่อน เมื่อกองทัพไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ "การป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย" (Right of Self-Defense) ยิงโต้ตอบกลับไปยังจุดที่กำเนิดกระสุนปืนใหญ่...
[
(facebook.com)]
สิ่งที่กัมพูชาทำต่อทันทีคือ "การเปลี่ยนโหมดสวมบทเหยื่อ (Playing the Victim)" พวกเขารีบส่งเจ้าหน้าที่ไปถ่ายภาพเศษหินเศษปูนที่เสียหายจากการปะทะ แล้วรีบวิ่งไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ UNESCO และ องค์กรสหประชาชาติ (UN) พร้อมป่าวประกาศสื่อต่างประเทศด้วยข่าวปลอม (Fake News) ว่า: "ไทยรุกราน! ไทยใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายโบราณสถานอันทรงคุณค่า!" เป็นการบิดเบือนความจริงอย่างหน้าตาเฉย เพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองเป็นฝ่ายละเมิดสนธิสัญญาฉบับแรก ด้วยการเปลี่ยนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นฐานทัพสงครามตั้งแต่ต้น!
จุดคลายแมกซ์... กฎหมายสากลชี้ชัด "เมื่อกลายเป็นฐานทัพ ก็หมดสิทธิ์คุ้มครอง!"
แต่กัมพูชาอาจลืมไปว่า กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law) ไม่ได้โง่! ในพิธีสารของอนุสัญญากรุงเฮกมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ชัดเจนมากว่า:
"หากทรัพย์สินทางวัฒนธรรมถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร (Military Objective) สถานที่นั้นจะสูญเสียสถานะการคุ้มครองพิเศษทันที และอีกฝ่ายสามารถทำการตอบโต้ทางทหารตามความจำเป็นได้"
การที่ทหารกัมพูชาดัดแปลงปราสาทตาควายและปราสาทเขาพระวิหารเป็นฐานซุ่มยิง จึงเป็นการกระทำที่ถอดถอนเกราะคุ้มครองทางกฎหมายของตัวปราสาทด้วยมือของพวกเขาเอง!
ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลก UN และ UNESCO จะต้องมองผ่านละครสวมบทเหยื่อนี้ และหันมาลงโทษผู้กระทำผิดตัวจริงที่นำมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติมาทำเป็นโล่สงคราม เพื่อไม่ให้แท็กติกสร้างข่าวลวงแบบนี้ถูกนำมาใช้หลอกลวงชาวโลกได้อีกต่อไป!
🌐 แหล่งข้อมูลอ้างอิงระดับสากลเพื่อการตรวจสอบ (International References):
International Committee of the Red Cross (ICRC) / 1954 Hague Convention:
ICRC Treaty Database - 1954 Hague Convention for the Protection of Cultural Property (ตรวจสอบหลักกฎหมายสากลว่าด้วยการห้ามใช้โบราณสถานเป็นฐานทัพ และเงื่อนไขการสูญเสียสถานะการคุ้มครองเมื่อถูกใช้ทางทหาร)
UNESCO World Heritage Centre:
UNESCO World Heritage Convention 1972.gov / .edu (ตรวจสอบพันธกรณีและข้อบังคับในการคุ้มครองมรดกโลกของประเทศภาคี)
United Nations Charter - Article 51:
United Nations Charter - Chapter VII: Article 51 (Right of Self-Defense).gov / .edu (ตรวจสอบหลักสิทธิ์การป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ)
Encyclopaedia Britannica / International Law Archives:
Britannica - Law of Armed Conflict & Protection of Cultural Property.gov / .edu (ตรวจสอบหลักการทางกฎหมายสงครามกรณีการเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมเป็นเป้าหมายทางทหาร)
